ยินดีต้อนรับครับ

Hey Ya!!

สวัสดีครับผม สบายดีไหมครับ? ช่วงนี้ร้อนมากเลยเนอะ แถมบางวันยังฝนตกอีกด้วย ยังงัยก็ดูแลตนเองให้ดีนะครับ =)


อย่างไรก็ดี รบกวนทุกท่านมาอ่านประวัติของ CMetro ก่อนเข้าชมรีวิวนะครับ เพราะผลที่ได้ของแต่ละผลิตภัณฑ์นั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ดังนั้น ถ้า CMetro บอกว่า "ดี" แต่คุณใช้แล้วอาจจะ "ไม่ดี" ก้เป็นได้

>> อ่าน General Me ที่นี่ครับ <<

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2552

ที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ??

ที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ??

เชื่อว่าทุกคนที่ทำงานหรือเดินเตะฝุ่นอยู่ในกรุงเทพฯคงจะต้องมีโอกาศเห็น “ที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ” แน่ๆ หรือแม้แต่สมาชิกที่อยู่ต่างจังหวัดก็คงต้องได้ยินข่าวเพราะว่าเป็นโครงการอันโด่งดังของผู้ว่ากรุงเทพฯคนก่อน ความจริงผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้มีโอกาศได้ไปกดใช้บริการที่ป้ายนั่นหรอก เพราะว่าเรียกข้างทางออกจะง่ายกว่าขนาดนี้ ถ้าไม่เพราะวันก่อนเจอกับตัวเองก็คงไม่รู้ว่า “มันเป็นโครงการณ์ที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง”

ความจริงที่จอดรถแท็กซี่อัจริยะนี้เป็นการลงทุนของเอกชนทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่เรียกว่าผลาญเงินชาติแต่อย่างใด จะมีก็แต่รัฐผลาญเงินเอกชน เพราะว่าเซ็นต์อนุมัติให้ทำที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะได้ แต่ดันไม่ออกกฏหมายมารองรับซะงั้น แล้วแบบนี้แท็กซี่หน้าไหนมันจะไปจอดตามจุลล่ะ? สู้รับข้างทางไม่ง่ายกว่าหรือ อีกอย่างตัวอุปกรณ์เองก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง แถมตัวคนขับแท็กซี่เองบางคนก็ไร้การศึกษา แถมบางตัวยังเรื่องมากเลือกรับผู้โดยสารอีก ทั้งที่เราก็ไม่ได้ไปขอนั่งฟรีๆนะเราจ่ายเงินให้ตามระยะทางด้วยแถมรถติดเราก็ยังจ่ายตามมิเตอร์ที่ขึ้น แบบนี้เรียกว่าอะไรดีครับเนี่ย?

เมื่อคืนก่อนผมไปธุระที่สยามแล้วขากลับก็ประมาณสามทุ่มแล้ว ผมจึงใช้บริการรถไฟใต้ดินแล้วตั้งใจจะมาต่อรถแท็กซี่ที่บริเวณแยกพระรามเก้าตรงข้ามฟอร์จูน พอมาถึงก็พอดีว่าเห็นมี “จุดจอดแท็กซี่อัจฉริยะ” อยู่บริเวณใกล้กันพอดี แถมยังมีที่ให้นั่งด้วยจึงคิดว่าลองใช้ดูดีกว่า (ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันใช้ไม่ได้หรอก!!) พอกดปุ่มไปเค้าก็เข้ากระบวนการที่ปกติต้องเป็นแหละ แต่ก็ยังไม่เห็นมีแท็กซี่หน้าไหนโง่มาจอดรับเลย พอมองไปข้างหน้าก็เลยเข้าใจว่า “หมาคาบไปแดกแล้ว” เพราะคนปกติเค้าก็กวักมือเรียกกันไปหมดแล้ว ใครมัวโง่นั่งรอที่ป้ายไม่มีวันได้กลับบ้านหรอกครับ อาจจะเป็นเพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของสัตวเดรัจฉานจึงทำให้เกิดการแก่งแย่งขึ้น ถึงขนาดว่ามีคนท้องมารออยู่แต่ว่าก็ไม่มีใครสนชนิดที่ว่าใครเร็วใครได้ว่างั้น พอผมสบโอกาศเห็นคนน้อยผมก็กวักมือเรียกแท็กซี่ทันที (ความจริงแล้วมีคนเรียกก่อนแต่มันไม่ไป) ผมบอกจุดหมายที่จะไปมันก็ไม่ไป เลยไปหน่อยมีคนเรียกอีกมันก็ไม่ไปอีก ผมจึงตะโกนถามมันว่า “จะไปไหนครับ? อยากขับไปทางไหนครับ? ไปตายไหมครับ?” ผมฉุนมากครับผมยอมรับ

ความจริงถ้าจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาศง่ายๆ แค่เพียงเอกชนที่ลงทุนไปนั้นเปลี่ยนเอาระบบห่วยๆนี่ออกแล้วเปลี่ยนมันเป็นโฆษณาซะก็สิ้นเรื่อง มีทั้งภาพทั้งเสียงแบบนี้ใครๆก็อยากดูครับ อีกอย่างผมไม่รู้ว่าผู้ว่าคนใหม่หายไปไหนแล้ว? สงสัยจะลาพักร้อนเพราะช่วงหาเสียงแจกยิ้มจนเหนื่อย โครงการณ์อะไรก็ยังไม่มีให้เห็นบ้างเลย แม้แต่ป้ายขอบคุณคนเลือกยังไม่มี แบบนี้ผมว่ากลับบ้านเก่าไปเถอะครับหนักประเทศเปล่าๆ

By

CMetro

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2552

Ettusais Acne Trial Kit (Oil Control)






Ettusais

ยี่ห้อนี้ผมอ่านตามบอร์ดพันทิพย์และเว็บอื่นๆ ก็เห็นว่ามีแต่คนบอกว่าใช้ดี ไม่รอช้าผมจึงรีบไปหาซื้อมาใช้บ้าง เผอิญว่าวันนั้นต้องไปทำธุระแถว Esplanade จึงเดินเลยไปซื้อที่ Robinson Ratchda พอเดินไปถึงก็เจอกับเค้าเตอร์เล็กๆที่ว่างเปล่าไม่มีคนอยู่ ผมจึงให้ร้านข้างๆช่วยปลุกคนขายมารับแขกหน่อย พอเธอมาผมก็ถามหาสิ่งที่ผมอยากได้ทันที เธอตอบสวนกลับมาว่า “ไม่มีค่อ มีแต่ชุดของผิวแห้งจะรับไหมคะ?” ผมยืนอึ้งและคิดอยู่ในใจว่า “อีนี่มันบ้าหรือปล่าว? ในเมื่อก็บอกมันว่ากูผิวผสมแล้วมันจะเอาผิวแห้งมาขายให้กูทำเพื่อ?” ผมยิ้มและตอบกลับไปว่า “ไม่รับครับ เอ่ออ ไม่ทราบว่ามีสาขาไหนที่ยังพอมีขายอยู่ไหมครับ? =) “มีที่ The Emporium หรือไม่ก็ Central Ladprao ลองไปดูนะคะ”

ผมยืนอึ้งอีกรอบแล้วคิดว่า

“ถ้ากูไปแล้วไม่มีของนะกูจะกลับมากระทืบมึง!!”

ผมยิ้มที่มุมปากเล็กๆแล้วตอบกลับไปว่า

“ไม่ทราบว่าถ้าผมไปสาขาไหนแล้วจะมีเปอร์เซนต์ได้ของมากสุดครับ =) เธอบอกว่าให้ไปที่เซนทรัลลาดพร้าวครับ ผมกล่าวขอบคุณและหันหลังกลับมาทันที รีบเดินจ้ำอ้าวไปทางรถไฟใต้ดินทันที เพื่อหลบแสงแดดอันร้อนระอุแทบจะเป็นไก่ KFCแบบนี้

พอไปถึงก็รีบวิ่งไปที่แผนกเครื่งสำอางค์ทันที เดินไปจนสุดทางก็ยังไม่เจอ จึงลองเดินกลับมาด้านหน้าอีกทีก็ยังไม่เห็น ว่าแล้วก็เดินกลับเข้าไปอีก อารมณ์ตอนนี้พุ่งพล่านแล้วครับ คิดอยู่ว่า “ไม่เอาแมร่งมันละ!!” แต่เผอิญสายตาเสียตังค์ของผมก็มองไปเห็นเค้าเตอร์เล็กๆเก่าๆของ Ettusais ไม่รอช้าผมเดินไปหาซื้อของที่อยากได้ทันที เธอหยิบออกมาให้แต่โดยดีพร้อมกับเสนอขายของใหญ่เลย ผมกัดฟันแบบรำคาญสุดๆแล้วตอบไปว่า “ไม่ครับ ขอแค่ชุดนี้ชุดเดียว” เธอ frustrated นิดๆแล้วเดินบิดก้นทำท่าจะไปคิดเงิน

ดีว่าผมถามเธอว่ามีส่วนลดอะไรให้ไหม เธอบอกว่า “ไม่มีค่ะ”

Bullshit!!

ผมคิดในใจ “อุตส่าห์มาตั้งไกลยังไม่ลดให้บ้างหรือ?” เธอยื่นเงินทอนมาให้แล้วเดินไปนั่งเม้าท์กับกลุ่มเพื่อนของเธอทันที

ผมงี้ยืนอึ้งอยู่พักนึง ไม่ลดแล้วยังไม่แถวให้อีกหรอวะ? เซ็ง


ในคืนนั้นเองผมก็เอาออกมาใช้ทันทีพร้อมกับคิดในใจว่า “ถ้าใช้ไม่ดีนะมึง เจอกัน!!” ในชุดก็มีสบู่เล็กๆหนึ่งก้อน โลชั่นทาหน้าขวดเล็กหนึ่งขวด และโลชั่นเช็ดหน้าขวดใหญ่กว่าหน่อยอีกหนึ่งขวด วิธีใช้แม่งโคตรตลก มันให้เอาสบู่มาล้างหน้า อืมมมม สบู่ใช้ดีนะขอบอกฟองเยอะมากแค่ถูกับมือสองทีเอง จากนั้นซับหน้าให้แห้งแล้วตามด้วยโลชั่นทาหน้า พอทาหน้าเสร็จก็ค่อยเอาโลชั่นเช็ดหน้ามาเช็ดทีหลัง งงมะ? ปกติมันต้องเช็ดหน้าก่อนแล้วมาครีมดิแต่อันนี้ให้ทาครีมก่อนแล้วเช็ดทีหลัง ฮาดีแต่ก็ใช้แบบนี้ทุกวัน จนหมดขวดรู้สึกว่าสิวก็ลดลง สิวใหม่ไม่บังเกิด หน้าก็มันเหมือนเดิม ตอนนี้ใช้แล็บซีรี่ส์ ปลื้มกว่าตัวนี้เยอะเลยคิดว่าจะไม่ซื้อมาใช้ต่อแล้ว ฟันธงเลยแล้วกันว่า ได้ผลพอใช้ แต่ยังไม่ใช่ที่ผมต้องการ ใครอยากลองดูก็ไม่ว่ากันแต่ไม่แน่นำให้ไปซื้อทั้งสองสาขาที่ผมไปมา it’s SUCK!!

By

CMetro

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2552


PREVIEW: Lab Series Power Brightening Serum

                หลังจากที่ซื้อเสปรย์กันแดดของยี่ห้อเดียวกันนี้มาแล้ว วันรุ่งขึ้นก็พากายหยาบไปสอยตัวนี้มาใช้อีกตัว เหตุผลที่อยากได้ก็เพราะว่ารู้สึกช่วงนี้หน้ามีรอยดำจากสิว แต่ว่าสิวก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าเราสามารถกำจัดรอยดำเหล่านี้ไปได้ หน้าก็จะดูไบร์ทขึ้นนิดนึง ตอนไปซื้อก็เจอพี่สาวคนสวยคนเดิมที่แนะนำการใช้เสปรย์กันแดให้ คราวนี้เค้าก็ถามผมว่า “ต้องการครีมแบบไหนคะ? ช่วยเรื่องริ้วรอย? ปัญหาสิว? หรือหน้ากระจ่างใสคะ?” แน่นอนคำตอบของผมคือ “อยากหน้าใสครับ =)” เธอจึงแนะนำ Lab Series Power Brightening Serum ตัวนี้มาให้ โดยผมมีข้อแม้ให้เธอหนึ่งอย่างว่า “ผมไม่ชอบครีมที่ทาแล้วหน้ามันเหนอะหนะครับ”

                

ครีมตัวนี้จะมีลักษณะใสเหมือนน้ำเปล่ามากๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันหลอกขายให้หรือเปล่า ยังงัยต้องติดตามดู Review กันอีกทีว่าใช้แล้วหน้าเป็นไง แต่ที่แน่ๆทาแล้วไม่มันหน้าดีครับ รู้สึกเหมือนไม่ได้ทาอะไร และไม่แน่ใจว่ามันจะช่วยให้อะไรๆดีขึ้นมาด้วยหรือป่าว? ราคา 2,150 บาท ถือว่าแพงเอาการอยู่เหมือนกัน เพราะว่าปกติใช้ Shiseido Men ประมาณ 1,000 นิดๆเอง แต่เอาน่า ถ้าไม่ดีเด๋วเจอกันแน่

 

by

CMetro