ยินดีต้อนรับครับ

Hey Ya!!

สวัสดีครับผม สบายดีไหมครับ? ช่วงนี้ร้อนมากเลยเนอะ แถมบางวันยังฝนตกอีกด้วย ยังงัยก็ดูแลตนเองให้ดีนะครับ =)


อย่างไรก็ดี รบกวนทุกท่านมาอ่านประวัติของ CMetro ก่อนเข้าชมรีวิวนะครับ เพราะผลที่ได้ของแต่ละผลิตภัณฑ์นั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ดังนั้น ถ้า CMetro บอกว่า "ดี" แต่คุณใช้แล้วอาจจะ "ไม่ดี" ก้เป็นได้

>> อ่าน General Me ที่นี่ครับ <<

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2552

ที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ??

ที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ??

เชื่อว่าทุกคนที่ทำงานหรือเดินเตะฝุ่นอยู่ในกรุงเทพฯคงจะต้องมีโอกาศเห็น “ที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ” แน่ๆ หรือแม้แต่สมาชิกที่อยู่ต่างจังหวัดก็คงต้องได้ยินข่าวเพราะว่าเป็นโครงการอันโด่งดังของผู้ว่ากรุงเทพฯคนก่อน ความจริงผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้มีโอกาศได้ไปกดใช้บริการที่ป้ายนั่นหรอก เพราะว่าเรียกข้างทางออกจะง่ายกว่าขนาดนี้ ถ้าไม่เพราะวันก่อนเจอกับตัวเองก็คงไม่รู้ว่า “มันเป็นโครงการณ์ที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง”

ความจริงที่จอดรถแท็กซี่อัจริยะนี้เป็นการลงทุนของเอกชนทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่เรียกว่าผลาญเงินชาติแต่อย่างใด จะมีก็แต่รัฐผลาญเงินเอกชน เพราะว่าเซ็นต์อนุมัติให้ทำที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะได้ แต่ดันไม่ออกกฏหมายมารองรับซะงั้น แล้วแบบนี้แท็กซี่หน้าไหนมันจะไปจอดตามจุลล่ะ? สู้รับข้างทางไม่ง่ายกว่าหรือ อีกอย่างตัวอุปกรณ์เองก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง แถมตัวคนขับแท็กซี่เองบางคนก็ไร้การศึกษา แถมบางตัวยังเรื่องมากเลือกรับผู้โดยสารอีก ทั้งที่เราก็ไม่ได้ไปขอนั่งฟรีๆนะเราจ่ายเงินให้ตามระยะทางด้วยแถมรถติดเราก็ยังจ่ายตามมิเตอร์ที่ขึ้น แบบนี้เรียกว่าอะไรดีครับเนี่ย?

เมื่อคืนก่อนผมไปธุระที่สยามแล้วขากลับก็ประมาณสามทุ่มแล้ว ผมจึงใช้บริการรถไฟใต้ดินแล้วตั้งใจจะมาต่อรถแท็กซี่ที่บริเวณแยกพระรามเก้าตรงข้ามฟอร์จูน พอมาถึงก็พอดีว่าเห็นมี “จุดจอดแท็กซี่อัจฉริยะ” อยู่บริเวณใกล้กันพอดี แถมยังมีที่ให้นั่งด้วยจึงคิดว่าลองใช้ดูดีกว่า (ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันใช้ไม่ได้หรอก!!) พอกดปุ่มไปเค้าก็เข้ากระบวนการที่ปกติต้องเป็นแหละ แต่ก็ยังไม่เห็นมีแท็กซี่หน้าไหนโง่มาจอดรับเลย พอมองไปข้างหน้าก็เลยเข้าใจว่า “หมาคาบไปแดกแล้ว” เพราะคนปกติเค้าก็กวักมือเรียกกันไปหมดแล้ว ใครมัวโง่นั่งรอที่ป้ายไม่มีวันได้กลับบ้านหรอกครับ อาจจะเป็นเพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของสัตวเดรัจฉานจึงทำให้เกิดการแก่งแย่งขึ้น ถึงขนาดว่ามีคนท้องมารออยู่แต่ว่าก็ไม่มีใครสนชนิดที่ว่าใครเร็วใครได้ว่างั้น พอผมสบโอกาศเห็นคนน้อยผมก็กวักมือเรียกแท็กซี่ทันที (ความจริงแล้วมีคนเรียกก่อนแต่มันไม่ไป) ผมบอกจุดหมายที่จะไปมันก็ไม่ไป เลยไปหน่อยมีคนเรียกอีกมันก็ไม่ไปอีก ผมจึงตะโกนถามมันว่า “จะไปไหนครับ? อยากขับไปทางไหนครับ? ไปตายไหมครับ?” ผมฉุนมากครับผมยอมรับ

ความจริงถ้าจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาศง่ายๆ แค่เพียงเอกชนที่ลงทุนไปนั้นเปลี่ยนเอาระบบห่วยๆนี่ออกแล้วเปลี่ยนมันเป็นโฆษณาซะก็สิ้นเรื่อง มีทั้งภาพทั้งเสียงแบบนี้ใครๆก็อยากดูครับ อีกอย่างผมไม่รู้ว่าผู้ว่าคนใหม่หายไปไหนแล้ว? สงสัยจะลาพักร้อนเพราะช่วงหาเสียงแจกยิ้มจนเหนื่อย โครงการณ์อะไรก็ยังไม่มีให้เห็นบ้างเลย แม้แต่ป้ายขอบคุณคนเลือกยังไม่มี แบบนี้ผมว่ากลับบ้านเก่าไปเถอะครับหนักประเทศเปล่าๆ

By

CMetro

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2552

Ettusais Acne Trial Kit (Oil Control)






Ettusais

ยี่ห้อนี้ผมอ่านตามบอร์ดพันทิพย์และเว็บอื่นๆ ก็เห็นว่ามีแต่คนบอกว่าใช้ดี ไม่รอช้าผมจึงรีบไปหาซื้อมาใช้บ้าง เผอิญว่าวันนั้นต้องไปทำธุระแถว Esplanade จึงเดินเลยไปซื้อที่ Robinson Ratchda พอเดินไปถึงก็เจอกับเค้าเตอร์เล็กๆที่ว่างเปล่าไม่มีคนอยู่ ผมจึงให้ร้านข้างๆช่วยปลุกคนขายมารับแขกหน่อย พอเธอมาผมก็ถามหาสิ่งที่ผมอยากได้ทันที เธอตอบสวนกลับมาว่า “ไม่มีค่อ มีแต่ชุดของผิวแห้งจะรับไหมคะ?” ผมยืนอึ้งและคิดอยู่ในใจว่า “อีนี่มันบ้าหรือปล่าว? ในเมื่อก็บอกมันว่ากูผิวผสมแล้วมันจะเอาผิวแห้งมาขายให้กูทำเพื่อ?” ผมยิ้มและตอบกลับไปว่า “ไม่รับครับ เอ่ออ ไม่ทราบว่ามีสาขาไหนที่ยังพอมีขายอยู่ไหมครับ? =) “มีที่ The Emporium หรือไม่ก็ Central Ladprao ลองไปดูนะคะ”

ผมยืนอึ้งอีกรอบแล้วคิดว่า

“ถ้ากูไปแล้วไม่มีของนะกูจะกลับมากระทืบมึง!!”

ผมยิ้มที่มุมปากเล็กๆแล้วตอบกลับไปว่า

“ไม่ทราบว่าถ้าผมไปสาขาไหนแล้วจะมีเปอร์เซนต์ได้ของมากสุดครับ =) เธอบอกว่าให้ไปที่เซนทรัลลาดพร้าวครับ ผมกล่าวขอบคุณและหันหลังกลับมาทันที รีบเดินจ้ำอ้าวไปทางรถไฟใต้ดินทันที เพื่อหลบแสงแดดอันร้อนระอุแทบจะเป็นไก่ KFCแบบนี้

พอไปถึงก็รีบวิ่งไปที่แผนกเครื่งสำอางค์ทันที เดินไปจนสุดทางก็ยังไม่เจอ จึงลองเดินกลับมาด้านหน้าอีกทีก็ยังไม่เห็น ว่าแล้วก็เดินกลับเข้าไปอีก อารมณ์ตอนนี้พุ่งพล่านแล้วครับ คิดอยู่ว่า “ไม่เอาแมร่งมันละ!!” แต่เผอิญสายตาเสียตังค์ของผมก็มองไปเห็นเค้าเตอร์เล็กๆเก่าๆของ Ettusais ไม่รอช้าผมเดินไปหาซื้อของที่อยากได้ทันที เธอหยิบออกมาให้แต่โดยดีพร้อมกับเสนอขายของใหญ่เลย ผมกัดฟันแบบรำคาญสุดๆแล้วตอบไปว่า “ไม่ครับ ขอแค่ชุดนี้ชุดเดียว” เธอ frustrated นิดๆแล้วเดินบิดก้นทำท่าจะไปคิดเงิน

ดีว่าผมถามเธอว่ามีส่วนลดอะไรให้ไหม เธอบอกว่า “ไม่มีค่ะ”

Bullshit!!

ผมคิดในใจ “อุตส่าห์มาตั้งไกลยังไม่ลดให้บ้างหรือ?” เธอยื่นเงินทอนมาให้แล้วเดินไปนั่งเม้าท์กับกลุ่มเพื่อนของเธอทันที

ผมงี้ยืนอึ้งอยู่พักนึง ไม่ลดแล้วยังไม่แถวให้อีกหรอวะ? เซ็ง


ในคืนนั้นเองผมก็เอาออกมาใช้ทันทีพร้อมกับคิดในใจว่า “ถ้าใช้ไม่ดีนะมึง เจอกัน!!” ในชุดก็มีสบู่เล็กๆหนึ่งก้อน โลชั่นทาหน้าขวดเล็กหนึ่งขวด และโลชั่นเช็ดหน้าขวดใหญ่กว่าหน่อยอีกหนึ่งขวด วิธีใช้แม่งโคตรตลก มันให้เอาสบู่มาล้างหน้า อืมมมม สบู่ใช้ดีนะขอบอกฟองเยอะมากแค่ถูกับมือสองทีเอง จากนั้นซับหน้าให้แห้งแล้วตามด้วยโลชั่นทาหน้า พอทาหน้าเสร็จก็ค่อยเอาโลชั่นเช็ดหน้ามาเช็ดทีหลัง งงมะ? ปกติมันต้องเช็ดหน้าก่อนแล้วมาครีมดิแต่อันนี้ให้ทาครีมก่อนแล้วเช็ดทีหลัง ฮาดีแต่ก็ใช้แบบนี้ทุกวัน จนหมดขวดรู้สึกว่าสิวก็ลดลง สิวใหม่ไม่บังเกิด หน้าก็มันเหมือนเดิม ตอนนี้ใช้แล็บซีรี่ส์ ปลื้มกว่าตัวนี้เยอะเลยคิดว่าจะไม่ซื้อมาใช้ต่อแล้ว ฟันธงเลยแล้วกันว่า ได้ผลพอใช้ แต่ยังไม่ใช่ที่ผมต้องการ ใครอยากลองดูก็ไม่ว่ากันแต่ไม่แน่นำให้ไปซื้อทั้งสองสาขาที่ผมไปมา it’s SUCK!!

By

CMetro

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2552


PREVIEW: Lab Series Power Brightening Serum

                หลังจากที่ซื้อเสปรย์กันแดดของยี่ห้อเดียวกันนี้มาแล้ว วันรุ่งขึ้นก็พากายหยาบไปสอยตัวนี้มาใช้อีกตัว เหตุผลที่อยากได้ก็เพราะว่ารู้สึกช่วงนี้หน้ามีรอยดำจากสิว แต่ว่าสิวก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าเราสามารถกำจัดรอยดำเหล่านี้ไปได้ หน้าก็จะดูไบร์ทขึ้นนิดนึง ตอนไปซื้อก็เจอพี่สาวคนสวยคนเดิมที่แนะนำการใช้เสปรย์กันแดให้ คราวนี้เค้าก็ถามผมว่า “ต้องการครีมแบบไหนคะ? ช่วยเรื่องริ้วรอย? ปัญหาสิว? หรือหน้ากระจ่างใสคะ?” แน่นอนคำตอบของผมคือ “อยากหน้าใสครับ =)” เธอจึงแนะนำ Lab Series Power Brightening Serum ตัวนี้มาให้ โดยผมมีข้อแม้ให้เธอหนึ่งอย่างว่า “ผมไม่ชอบครีมที่ทาแล้วหน้ามันเหนอะหนะครับ”

                

ครีมตัวนี้จะมีลักษณะใสเหมือนน้ำเปล่ามากๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันหลอกขายให้หรือเปล่า ยังงัยต้องติดตามดู Review กันอีกทีว่าใช้แล้วหน้าเป็นไง แต่ที่แน่ๆทาแล้วไม่มันหน้าดีครับ รู้สึกเหมือนไม่ได้ทาอะไร และไม่แน่ใจว่ามันจะช่วยให้อะไรๆดีขึ้นมาด้วยหรือป่าว? ราคา 2,150 บาท ถือว่าแพงเอาการอยู่เหมือนกัน เพราะว่าปกติใช้ Shiseido Men ประมาณ 1,000 นิดๆเอง แต่เอาน่า ถ้าไม่ดีเด๋วเจอกันแน่

 

by

CMetro





Adidas Roll-On

                ผมเป็นคนเหงื่อออกง่ายครับ แถมกลิ่นเต่ายังเหม็นอีกด้วย ดังนั้นพวกเสปรย์ระงับกลิ่นกายน่ะไม่มีวันเอาเต่าผมอยู่หรอก ไม่ว่าจะเป็น Neavia หรือ fcuk ที่คุยนักคุยหนาว่าสามารถระงับกลิ่นกายได้อย่างดีเลย โถ่เอ้ย ไอ้เราก็หลงซื้อมาลองใช้ดู ที่ไหนได้ ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงกลิ่นเต่าก็มาละ โดยเฉพาะไอ้ตัว fcuk นี่ยิ่งแล้วใหญ่ นอกจากจะกันกลิ่นเต่าได้ไม่ดีแล้วยังไม่มีกลิ่นหอมติดทนนานเหมือนในตอนแรกที่ฉีดอีก เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะถ่านรูปมารีวิวให้ดูในคราวต่อไปแล้วกัน จะได้เห็นหน้าคร่าตามันอย่างชัดเจน

                ช่วงนี้ผมรู้สึกชอบใจ Adidas มาเลยแฮะ อาจจะเป็นเพราะในช่วงสองปีที่แล้ว ผมมีวิชาเรียนพละศึกษาด้วย (ความจริงน่าจะสอนเพศศึกษามากกว่า คงจะเสียวช่วงล่างน่าดู!!) เป็นปกติของคนเล่นกีฬาที่จะมีกลิ่นเต่าที่แรงมากๆ โดยเฉพาะผมจะกลิ่นแรงโคตรๆเลย แต่ดวงดีว่าจะมีเพื่อนคนหนึ่ง มันจะพกเสปรย์น้ำหอมยี่ห้อ Adidas มาด้วย ซึ่งในตอนนี้ผมก็พอจะรู้ข่าวคราวมาบ้างว่า Adidas ออกไลน์ใหม่เป็นน้ำหอมและครีมบำรุงผิวสำหรับผู้ชาย แต่ว่าก็ยังไม่มีขายในไทยอย่างเป็นเรื่องเป็นราวหรอกครับ ผมก็ล่อซะ ฉีดใช้ของมันทุกครั้งที่ตัวเหม็น ฉีดไปก็โดนด่าไป เพราะว่ามันต้องฝากเพื่อนซื้อมาจากต่างประเทศอีกทีหนึ่ง แต่ว่าในที่สุดมันก็หมดครับ (คิดว่าคงจะเป็นเพราะผมช่วยมันใช้ไปซะครึ่งขวดด้วยแหละ-_-) แต่ว่าในตอนนี้พี่ไทยก็มีวางขายแล้วครับ ผมก็ไม่ต้องรบกวนมันอีกต่อไป

                Adidas Roll-On ขวดนี้ผมซื้อมาจาก Watson ครับ เพราะว่าราคาต่างจากที่ Boots พอควร รู้สึกว่าที่บูทจะขายอยู่ที่ 75 บาท แต่ที่วัตสันจะขาย 65 บาท ยังงัยของมันก็เหมือนกันอยู่แล้วสู้ซื้อที่มันถูกกว่าไม่ดีกว่าหรอ? ด้านประสิทธิภาพนี่ใช้ได้เลยครับ กลิ่นหอมดีแถมยังกันกลิ่นเหม็นเต่าได้ดีอีกด้วย ด้านการดีไซน์ขวดนั้นก็ดูตลกดี เตี้ยๆป้อมๆ แต่ก็ใช้สะดวกนะ เพราะหัวลูกกลิ้งใหญ่มาก ทาปื้ดเดียวก็ได้ทั่วรักแร้แล้ว ทั้งถูกทั้งดีแบบนี้ต้องมีขวดที่สองแน่นอนครับ =)

 

by

CMetro


วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2552

Watchmen หนังสุดเหี้ยที่ไม่น่าไปเสียตังค์!!!

Watchmen หนังสุดเหี้ยที่ไม่น่าไปเสียตังค์!!

ล่าสุดไปดูหนังเรื่อง Watchmen มา เข้าไปได้ยี่สิบนาทีหลับเลย แบบว่าในตอนแรกคิดว่ามันจะเป็นหนังแอ๊คชั่น สู้กับโช้งเช้ง ที่ไหนได้ กลายเป็นหนังดราม่า ที่ตัดฉากไปมาจนไม่รู้ว่ามันจะไปโฟกัสที่ใครเนี่ย? เนื้อเรื่องก็งั้นๆแต่ตอนตัดฉากไปมาระหว่างคนนู้นคนนี้ มันเลยงงและสับสนอย่างยิ่ง ครั้นจะเดินออกมาก็เสียดายตังค์ ตั้ง 120 แน่ะ รู้งี้รอให้มันลง “พระโขนงรามา” แล้วค่อยไปดูดีกว่า ถูกกว่าเยอะแถมดูได้ตั้งสองเรื่องควบ แต่ก็มีข้อให้ชมบ้างเหมือนกัน ด้วยความที่ผู้กำกับติสแตกไปหน่อย ทำให้หนังออกมางงไม่รู้จะเอาอารมณ์ไหนดี แต่ในด้านความสวยงามของหนัง ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว หนังสวยและเทห์ดีแต่ง่วงเหี้ยๆเลย เพลงประกอบก็เร้าใจดีถือว่าชอบ

                ขอฟันธงเลยแล้วกันว่า “เสียดายตังค์มาก” หนังแบบนี้สมควรสนับสนุนแผ่นผีอย่างยิ่ง หน้ารามจงเจริญ!!

 by

CMetro 

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2552

PREVIEW: Lab Series: Outdoor Skin Defense Spray SPF 30




              ตัวนี้เพิ่งไปถอยมาได้สามวัน แต่เพิ่งใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวาน ที่น่าสนใจเพราะว่ามันเป็นกันแดดแบบเสปรย์ พนักงานขายบอกว่าตัวนี้จะไม่ทำให้หน้ามันเพราะว่ามีแค่ส่วนผสมด้านการป้องกันแสงแดดอย่างเดียว ในขณะที่อีกตัวหนึ่งที่มาในรูปแบบครีมจะมันหน้ากว่า เพราะนอกจากจะมีส่วนผสมของสารกันแดดแล้วยังมี Moisturizer ด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงเท็จแค่ไหนในเรื่องนี้ อีกอย่างเค้ายังบอกว่า หลังทาไปแล้วอาจจะดูหน้าเงาๆหน่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าหน้ามันนะ โดยการที่ห

น้าออกเงาๆนี้ก็เพราะครีมทำหน้าที่สะท้อนแสงออก ทำให้แสงมาทำร้ายหน้าได้น้อยลง ถึงว่า

ตัว Banana Boat เวลาใช้ทำไมมันถึงได้ขึ้นเงาขนาดนั้น อันนี้แอบเชื่อว่ะเพราะว่าตอนใช้ เรือกล้วย แล้วรู้สึกว่ามันกันแดดได้ดีจริง ราคา 1,250 บาท สำหรับผมก็ไม่ถือว่าแพงมากนะ เพราะขวดมันใหญ่มากๆ ขนาด 150ml นะครับท่าน

                จะขอตินิดนึงตรงที่มันเป็นเสปรย์นี่แหละ ถึงแม้ว่ามันจะใช้งานสะดวกก็ตามที โดยถ้าเอามาฉีดแขนขาก็ถือว่าสะดวกเลยหละ แต่จะให้ฉีดหน้านี่ใม่ไหวนะ เดี๋ยวเข้าตาตาบอดจะทำไง? ฉลากภาษาไทยบอกว่า “เสปรย์บริเวณใบหน้าหรือผิวกาย หลีกเลี่ยงรอบดวงตา” แต่ฉลากภาษาอังกฤษแปลออกมาได้ความว่า “ถ้าจะใช้กับตัวก็ฉีดที่ตัว แต่ถ้าจะใช้กับหน้าให้ฉีดลงมือก่อนแล้วทาหน้า” แบบนี่ค่อยยังชั่วหน่อย ดีว่าอ่านภาษาอังกฤษพอออก ไม่งั้นล่ะแย่เลย 

                แต่ทำไมพอฉีดลงมือแล้วครีมมันหายไปดื้อๆล่ะ? พอมาอ่านส่วนผสมก็เลยอ๋อ เพราะมันมีแอลกอฮอล์มาด้วย ดังนั้นพอฉีดลงมือแล้วต้องรีบทา ไม่งั้นระเหยหมดแน่ (เสียดาย-_-) พอทาแล้วก็ไม่มันหน้านะครับ แต่หน้าจะเงาๆหน่อย โดยตลอดทั้งวันก็ไม่มีน้ำมันออกมาเยอะเหมือนเคย แอบชอบแฮะ

ทางช้อปเค้ามีโปรโมชั่นว่า ซื้อของครบห้าชิ้นรับของสมนาคุณไปอีกหนึ่งชิ้น เป็นอะไรจำไม่ได้ละ แต่ถ้าสะสมการซื้อครบสิบชิ้นก็จะได้ของเหมือนกัน แต่ชิ้นใหญ่กว่าแพงกว่า หรืออีกอย่าง สะสมยอมซื้อครบตามที่กำหนดก็มาแลกรับของไปได้เลย โดยถ้ายอกซื้อครบสองหมื่อบาท จะได้น้ำหอมขนาดจริงไปเลยหนึ่งขวด น่าสนเนอะ แต่หมดตัวกันพอดี

                กันแดดตัวนี้ CMetro ยังไม่ขอฟันธงในตอนนี้ เพราะเพิ่งเริ่มใช้ เอาไวให้ผ่านไปสักสองอาทิตย์แล้วจะมาฟันธงนะครับ =)


by

CMetro

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

Banana Boat: Sun Wear FACES




ใครกำลังมองหาครีมกันแดดสักตัว ต้องมาทางนี้ด่วน!!

ครีมกันแดด เรือกล้วย นี้ใช้การได้ดีทีเดียวนะครับ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้หน้ามันมากๆ ทั้งๆที่มันคุยนักคุยหนาว่า Ultra sheer, clean feel แต่ไหงทาแล้วหน้ามันเยิ้มเลยวะ?? SPF30 เพียงพอต่อการดำรงค์ชีวิตประจำวันแน่นอน ล่าสุด CMetro กลับบ้านนอกมา เพื่อนพานั่งรถมอไซค์แว้นไปทั่วเมืองทั้งๆที่แดดก็เปรี้ยงซะขนาดนั้น  ถามว่าคล้ำขึ้นไหม? ก็คล้ำขึ้นนะครับแต่ไม่มากนัก ไม่กี่วันก็กลับมาคล้ำเท่าปกติ (ปกติดำอยู่แล้วงัย-_-)

ที่ชอบอีกอย่างคือมันมีกลิ่นกล้วยๆดี แค่ชื่อก็บอกแล้วว่า Banana Boat กลิ่นกล้วยจึงไม่ถือว่าแปลก  ความจริงเนื้อครีมทาง่ายนะ

ครับ ทาแล้วหน้าไม่วอก แต่หน้าจะมันมาก ถ้าไม่ซับหน้านี่มันจะเงาวับทีเดียวเชียว หลังๆไม่ค่อยได้ใช้จึงเอาไปทาแขนแทน เพราะเกลียดพ

วกครีมที่ทำให้หน้ามัน ขนาดทาแขนแล้ว แขนยังเหนียวเหนอะหนะ

น่ารำคาญเลย  ใครผิวแห้งลองใช้ดูได้ไม่ผิด แต่ผิวมันหรือผิวผสมควรหลีก เพราะมันจะทำให้หน้าที่มันอยู่แล้ว ทวีความมันเข้าไปใหญ่ 

แต่ถ้าคุณไม่สนเรื่องความมันเงาที่มันจะเพิ่มให้คุณ

เป็นสองเท่า เพื่อแลกกับการปกป้องผิวหน้าของคุณตลอดทั้งวัน ราคา 300 กว่าบาทก็ถือว่าคุ้มครับ ล่าสุดแอบไปเห็นที่ Watson ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งด้วยซ้ำไป คุ้มสุดๆ

แต่มีข้อสังเกตุจากผู้หวังดีแต่ไม่ประสงค์จะออกนามท่านหนึ่ง ฝากมาเตือนคนที่ชอบไปซื้อของลดราคาที่ Watson และ Boots ว่า กรุณาดูวันเดือนปีที่ผลิตให้

ดี เพราะบางทีผลิตมาแล้วสามปี!!! ป่านนี้ครีมคงเหี่ยวหมดแล้

วครับ

แต่ถ้าจะให้ CMetro ฟันธงว่าโอมั้ย? สำหรับคนผิวผสมแบบผมให้ไม่ผ่านเลยครับเพราะหน้ามันแบบนี้รับไม่ไหวม้าง? แต่ถ้าไปทะเล หรือไปขับรถแว้นแบบทริปที่ผ่านมานะสู้ไหว

ดังนั้นขอฟันธงว่า เอามาทาหน้าทุกวันน่ะไม่ไหวแน่ๆ เพราะจะยิ่งทำให้หน้ามัน

แต่ถ้าไปทะเลหรือไปเจอแดดเยอะๆล่ะก็ ต้องเชื่อมือ Banana Boat เค้าล่ะครับ


by

CMetro